โอกาสที่สำคัญสำหรับธุรกิจหรือสินค้าบริการในการดูแลสุขภาพของไทย เพื่อรองรับตลาด AEC

ถ้าพูดถึงเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพของตัวเองกัน ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพผิวกายภายนอก สุขภาพร่างกายภายใน รวมไปถึงสุขภาพจิตใจ ก็เป็นที่รับรู้กันนะคะว่า ปัจจุบันคนไทยเราหันมาใส่ใจในเรื่องของสุขภาพองค์รวมกันมากขึ้นนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายกันมากขึ้น การใส่ใจกับอาหารการกินที่ระมัดระวังกันมากขึ้น รวมไปถึงการใช้ธรรมะ และธรรมชาติมาช่วยบรรเทาความเครียดในจิตใจกันมากขึ้นด้วยนะคะ

แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุ (อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป) ในประเทศที่พัฒนาแล้ว ทำให้ความต้องการที่พำนักระยะยาว (Long Stay) ซึ่งรวมทั้งบริการด้านสุขภาพในต่างประเทศ เพิ่มขึ้นตามโดยมีประเทศในเอเชียที่มีค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพต่ำกว่าเป็น ปลายทางเป้าหมาย

สภาพการดำรงชีวิตในสังคมเมือง ที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน ก่อให้เกิดความเครียด และโรคภัยต่างๆ ตามมา เป็นโอกาสในการขยายตัวของบริการส่งเสริมสุขภาพ

การเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 เกื้อหนุนการเติบโตของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในอาเซียน ส่งผลดีต่อประเทศไทย รวมทั้งยังเป็นโอกาสในการขยายการลงทุนใน ธุรกิจบริการทางการแพทย์

ทำเลที่ตั้งของประเทศไทยที่เป็นศูนย์กลางของอาเซียน ประกอบกับการพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมเชื่อมระหว่างประเทศ เกื้อหนุนต่อการเข้ามาใช้บริการด้านสุขภาพของไทย

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติโดยทั่วไปยังมีการใช้จ่ายด้านสุขภาพจากสถานบริการแพทย์ทางเลือกในประเทศไทย ซึ่งมีอยู่หลากหลายรูปแบบและ ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยมีธุรกิจนวดแผนไทย และสปาไทย เป็นบริการด้านสุขภาพที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในหมู่นักท่องเที่ยว ต่างชาติที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทย ซึ่งมีให้เลือกหลายรูปแบบและระดับราคา

ดังนั้นผู้ประกอบการควรเร่งพัฒนาคุณภาพในด้านการบริการและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ อย่างต่อเนื่อง และการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานภายในองค์กร เพื่อให้สามารถสร้างรายได้ให้แก่ภาคธุรกิจได้อย่างยั่งยืน เช่น สำหรับธุรกิจบริการสุขภาพ ที่มุ่งเน้นในด้านการส่งเสริมสุขภาพ (ธุรกิจนวดแผนไทย และสปา) ควรให้ความสำคัญกับการทำการตลาดออนไลน์ รวมถึงการสร้างเครือข่ายกับเว็บไซต์ด้านท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม เช่น Agoda หรือ Ensogo เพื่อสร้างการรับรู้ในแบรนด์ มีการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการนวดให้กับบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ให้มีความเป็นมือาชีพในการเป็น เทอราปิส มืออาชีพ ระมัดระวังการบริการแอบแฝง ที่จะทำให้เสียภาพลักษณ์และชื่อเสียงการให้บริการของสปา เป็นต้น

ปัจจุบันนี้มีธุรกิจเกิดใหม่หลายตัวที่มีความน่าสนใจ และมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกมาก

ธุรกิจเกิดใหม่อาจดูแล้วไม่ค่อยมั่นคง เพราะช่วงใหม่ๆความไม่แน่นอนยังมีมาก อย่างไรก็ตามถ้าหากเราลองย้อนมองดูบริษัทหรือธุรกิจขนาดเล็กที่ประสบความสำเร็จแล้วในปัจจุบัน หลายๆบริษัทเป็นบริษัทที่เลือกทำธุรกิจนั้นๆมาตั้งแต่ยุคที่ธุรกิจนั้นยังใหม่อยู่ และการที่เขากล้าเสี่ยงตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ค่อยมีใครกล้าทำ คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้เขากลายเป็นผู้นำในตลาดนั้น และได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าในปัจจุบัน ต่างกับการที่เลือกทำธุรกิจที่อิ่มตัวแล้วตั้งแต่แรกเพราะรู้สึกว่ามั่นคงแน่นอน โอกาสที่จะประสบความสำเร็จเพราะว่าโดดเด่นกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจนคงมีไม่มากนัก ปัจจุบันนี้มีธุรกิจเกิดใหม่หลายตัวที่มีความน่าสนใจ และมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกมาก หากใครก็ตามที่กำลังคิดไม่ออกว่า จะเริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัวอะไรดี น่าจะลองมองธุรกิจต่อไปนี้เป็นทางเลือกดู

– ธุรกิจบนอินเทอร์เน็ต ปัจจุบันนี้ธุรกรรมบนอินเทอร์เน็ตมีอัตราการเติบโตปีละอย่างน้อย 50% ในประเทศไทยทุกปี ทุกคนกำลังย้ายตัวเองมาข้องเกี่ยวกับโลกออนไลน์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเสพสื่อ การติดต่อสื่อสาร การชำระเงิน การซื้อสินค้า ฯลฯ ทำให้ธุรกิจอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับโลกออนไลน์มีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าเศรษฐกิจโดยรวมมาก และเชื่อว่าเทรนด์นี้จะยังดำรงอยู่อย่างต่อเนื่องอีกนับสิบปี การที่คนเรานั่งมองหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนมากขึ้นทุกวัน ทำให้ธุรกิจมีโอกาสที่จะหาลูกค้ามากขึ้นได้ด้วยการเข้าไปอยู่ในโลกของอินเทอร์เน็ต

– ร้านอาหาร แม้ว่าร้านอาหารจะเป็นธุรกิจเก่าแก่แล้ว แต่เป็นธุรกิจที่ทำได้เรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาหารที่ต้องใช้ฝีมือในการปรุง ไม่ใช่อาหารที่สามารถใช้เครื่องจักรผลิตออกมาทีละเยอะๆ ได้ คนเราต้องการความแปลกใหม่ในการรับประทานอาหารอยู่เสมอ และความที่ธุรกิจนี้เกี่ยวข้องกับโลเคชั่น และต้องทำทีละจาน ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กได้เปรียบตลอดกาล ลองมองหาเมนูอาหารแบบใหม่ๆ ที่ยังไม่มีในเมืองไทย หรือในระแวกใกล้เคียงมาทำดู

– สินค้าความคิดสร้างสรรค์ เช่น ของเล่น ของขวัญ รวมไปถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบต่างๆ ล้วนแล้วแต่เป็นธุรกิจที่คนตัวใหญ่ไม่ได้เปรียบคนตัวเล็กมากนัก และนับว่าผู้คนจะให้ค่าของความคิดสร้างสรรค์หรือไอเดียมากขึ้นเรื่อยๆ คนเราต้องการความแปลกใหม่ เพื่อสร้างสีสันในชีวิตให้กับตนเองและคนรอบข้างอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

– สินค้าออร์แกนิค นับวันคนรุ่นใหม่จะยิ่งใส่ใจสุขภาพมากขึ้น สินค้าอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับกระแสรักสุขภาพจึงเป็นกลุ่มสินค้าที่น่าจะมีลู่ทางที่จะเติบโตได้อีกเยอะ คนในอนาคตจะบริโภคสินค้าออร์กานิคมากกว่าทุกวันนี้ ตัวอย่างเช่น อาหารที่ปลอดสารเคมีต่างๆ หรือสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติล้วนๆ เป็นต้น นอกจากสินค้าออร์แกนิคจะมีศักยภาพที่จะเติบโตในอนาคตได้อีกมากแล้ว ยังเป็นสินค้าที่ขายได้ราคาอีกด้วย เพราะเป็นสิ่งที่คนเรากินเข้าในร่างกาย เราจึงยอมจ่ายเพื่อให้ได้ของที่มีคุณภาพมากกว่าสินค้าอย่างอื่น

– ธุรกิจสิ่งแวดล้อม หมายถึงธุรกิจอะไรก็ได้ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสิ่งแวดล้อม ที่จริงสินค้าพวกนี้อาจเป็นสินค้าธรรมดาทั้งหลายที่มีตลาดเก่าอยู่แล้ว แต่ธุรกิจใหม่อาจหันมาเน้นผลิตสินค้าธรรมดาเหล่านี้ด้วยวัสดุที่รีไซเคิลได้แทนก็ได้ จึงไม่เป็นต้องคิดอะไรใหม่ทั้งหมด โอกาสจึงยังมีอยู่อีกมากมายมหาศาล นอกจากนี้ ธุรกิจสิ่งแวดล้อมยังรวมไปถึง ธุรกิจกำจัดขยะ หรือธุรกิจพลังงานทางเลือกอีกด้วย

ความแข็งแกร่งที่เกี่ยวพันกับแบรนด์ของสินค้าและการบริการ

การที่จะเลือกว่าสิ่งใดเป็นความชื่นชอบและเอกลักษณ์ที่เกี่ยวพันกับแบรนด์เพื่อที่จะสามารถเชื่อมโยงเข้ากับแบรนด์ให้ได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยการวิเคราะห์ที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมากจากผู้บริโภค และจากการแข่งขันเพื่อที่จะสามารถกำหนดตำแหน่งสูงสุดของแบรนด์ได้ โดยพี้นฐานทั่วไปแล้วความชื่นชอบที่เกี่ยวพันกับแบรนด์ถูกสร้างขึ้นจากการทำให้ผู้บริโภคเชื่อมั่นว่ากระบวนการการสร้างแบรนด์ที่อาศัยคุณลักษณะและคุณประโยชน์ของแบรนด์จะสามารถทำให้ผู้บริโภคพอใจและสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้

ด้วยเหตุนี้ความชื่นชอบที่เกี่ยวพันกับแบรนด์เป็นความเกี่ยวพันที่เป็นที่ปรารถนาของผู้บริโภค และมีอยู่ในสินค้าจริง เช่นแบรนด์อาจถูกมองว่ามีความสะดวกสบายสูง น่าเชื่อถือ มีประสิทธิภาพและอื่นๆ ความแข็งแกร่งและความชื่นชอบที่เกี่ยวพันกับแบรนด์ก็คือ การสร้างเอกลักษณ์ที่ทำให้แบรนด์แตกต่างจากแบรนด์อื่น เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งของความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ แต่ถ้าหากว่าแบรนด์นั้นมีคู่แข่ง ก็หมายความว่าแบรนด์นั้นได้มีการแบ่งปันความเกี่ยวพันบางอย่างเกี่ยวกับแบรนด์ของตนให้กับแบรนด์อื่นไปบ้างแล้ว ความเกี่ยวพันของแบรนด์ที่ถูกแบ่งปันไปนี้ สามารถช่วยในการสร้างสมาชิกและกำหนดขอบเขตของการแข่งขันกับสินค้าและการให้บริการอื่นๆ

ในกลุ่มผู้บริโภคถึงแม้ว่าบางครั้งแบรนด์อาจจะไม่ได้มีการแข่งขันกับสินค้าประเภทเดียวกัน แต่ว่าอาจมีการแข่งขันกับสินค้าที่อาจมีความสัมพันธ์กับแบรนด์สินค้าขององค์กรอยู่บ้าง เช่นแบรนด์รถไฟ ซึ่งอาจไม่ได้มีบริษัทคู่แข่งที่ต้องทำการแข่งขัน เนื่องจากมีบริษัทที่ทำการอยู่บริษัทเดียว แต่ว่ารถไฟเองก็ยังต้องทำการแข่งขันกับบริษัทขนส่งประเภทอื่นๆ เช่น สายการบิน รถยนต์ หรือรถประจำทาง เป็นต้น สินค้าประเภทการศึกษาก็เช่นเดียวกัน ที่อาจผลิตออกมาในรูปแบบของแผ่นซีดี (CD Rom) ก็ยังจำเป็นต้องแข่งขันกับหนังสือ วีดีโอ โทรทัศน์ หรือนิตยสาร ด้วยเหตุผลนี้เอง หลักของการสร้างแบรนด์ในลักษณะนี้ ก็ได้ถูกใช้เพื่อที่จะทำการตลาดให้กับสินค้าหลากหลายประเภทจำนวนมาก เช่น ธนาคาร เฟอร์นิเจอร์ พรม หรือ โบว์ลิ่ง เป็นต้น

ความเกี่ยวพันกับแบรนด์อาจจะหรืออาจจะไม่ได้เป็นสิ่งที่แบ่งปันกับกับแบรนด์คู่แข่งอื่นๆ หัวใจสำคัญของการกำหนดตำแหน่งแบรนด์ก็คือ แบรนด์มักจะมีข้อได้เปรียบจากการแข่งขันที่เหนือกว่า หรือมีข้อเสนอการขายสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้บริโภคถึงต้องซื้อสินค้านั้น ความแตกต่างเหล่านี้อาจจะถูกสื่อสารโดยการสร้างความแตกต่างโดยตรงกับคู่แข่ง ยิ่งไปกว่านั้นมันอาจมีพื้นฐานอยู่บนคุณลักษณะหรือคุณประโยชน์ที่เกี่ยวพันหรือไม่เกี่ยวพันกับสินค้าก็ได้ ในความเป็นจริงแล้วคุณลักษณะที่ไม่เกี่ยวพันกับสินค้า เช่นรูปแบบของผู้ใช้หรือลักษณะในการใช้ อาจจะสร้างความเกี่ยวพันที่เป็นเอกลักษณ์ได้อย่างง่ายดาย

ความเชื่อของผู้บริโภคเกี่ยวกับคุณลักษณะและคุณประโยชน์ของแบรนด์ อาจก่อตัวขึ้นได้หลายวิธี คุณลักษณะของแบรนด์เป็นลักษณะที่สามารถอธิบายได้ถึงบุคลิกลักษณะของสินค้าหรือบริการ ส่วนคุณประโยชน์ของแบรนด์คือคุณค่าหรือความหมายที่เป็นส่วนตัวที่ผู้บริโภคผูกติดมันเอาไว้กับคุณลักษณะของสินค้าหรือบริการ โดยทั่วไปแหล่งของข้อมูลข่าวสารที่ถูกสร้างขึ้นจากคุณลักษณะและคุณประโยชน์ของแบรนด์ที่แข็งแกร่งก็คือประสบการณ์ตรงของผู้บริโภคนั่นเอง ข้อมูลในลักษณะนี้มักจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภค ตราบเท่าที่ผู้บริโภคจะยังสามารถแปลความหมายจากประสบการณ์ของพวกเขาได้อย่างแม่นยำอยู่อย่างเช่นเคย

วิวัฒนาการของเทคโนโลยีที่ทันสมัยและพฤติกรรมของผู้บริโภค

หัวใจหลักของสินค้าและการบริการในยุคปัจจุบันนั้น แตกต่างจากยุคสมัยเดิมๆอย่างมาก ถ้าเป็นสมัยเดิมคุณภาพจะเป็นหัวใจหลักของสินค้าที่สำคัญ ต้องทนทาน แข็งแรงและอายุการใช้งานที่ยาวนาน แต่ในสมัยใหม่สินค้ามีวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมสั้นลง เนื่องจากด้วยเทคโนโลยี Internet ทำให้ผู้บริโภคในปัจจุบันเข้าถึงและได้รับข้อมูลต่างๆได้อย่างรวดเร็ว สื่อสารกับผู้อื่นข้ามทวีปได้ในเสี้ยววินาที ได้เห็นผลิตภัณฑ์ต่างๆจากทั่วโลกผ่านทางจอคอมพิวเตอร์ ได้รับบริการและเคยชินกับการได้รับบริการแบบฉับพลัน วิวัฒนาการของเทคโนโลยีที่ทันสมัยและพฤติกรรมของผู้บริโภคมากขึ้น ดังเช่น อุปกรณ์สื่อสารประเภทโทรศัพท์เคลื่อนที่ มีการเปลี่ยนแปลงของวิวัฒนาการได้อย่างรวดเร็ว นอกเหนือจากใช้ติดต่อสื่อสารที่เป็นพื้นฐาน ยังมีรูปแบบและฟังก์ชั่นเพิ่มเติมมากมาย ไม่ว่ากล้องถ่ายรูป MP3 หรือ แม้กระทั้งการรับชมรายการโทรทัศน์ ดังที่เห็นความหลากหลายในท้องตลาดมือถือในบ้านเรา ความเป็นธรรมชาติของสินค้าและบริการที่เรียกว่า วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมที่แสดงถึงสถานะของสินค้าและบริการได้ดี โดยสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการและวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดได้ ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ช่วงวงจรชิวิตตามลำดับสำคัญ ดังนี้

– ช่วงแนะนำ (Introduction stage) เป็นเสมือนการเปิดตัวครั้งแรกในตลาด มีการส่งเสริมทางการตลาดอย่างมาก เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับรู้หรือ มีประสบการณ์ในการทดลองใช้ ช่วงนี้อาจมียอดขายที่ต่ำ แต่ยังไม่มีคู่แข่งหรือมีน้อยมาก
– ช่วงกำลังเติบโต (Growth stage) หากได้ผลยอมรับจากช่วงแรกดี ทำให้มีการตอบสนองจากผู้บริโภคมากขึ้น โดยดูจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ต้องเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายแบบทั่วถึง เริ่มมีคู่แข่งทางการค้ามากขึ้น
– ช่วงเติบโตเต็มที่ (Maturity stage) รักษาความเป็นผู้นำของสินค้า เน้นความแตกต่างในตราสินค้าและสาระประโชน์ของสินค้าให้เลือกมากขึ้น ตั้งราคาให้สอดคล้องหรือดีกว่าคู่แข่ง
– ช่วงกำลังถดถอย (Saturation stage) ตลาดเริ่มอิ่มตัว คู่แข่งขันมีมากขึ้น และรูปแบบสินค้าใกล้เคียงกัน เน้นเรื่องของราคาเป็นหลัก
– ช่วงตกต่ำ (Decline stage) ปริมาณการขายตกต่ำ  ตัดเลือกช่องทางการจัดจำหน่ายที่ไม่ทำกำไร ลด รายจ่าย มุ่งเน้นลูกค้าเฉพาะกลุ่มเป็นหลัก

เนื่องจากสินค้าและการบริการ คือ สิ่งใดก็ตามที่ลูกค้าสามารถเห็นเป็นรูปธรรมหรือสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ โดยมีระดับความคาดหวังและความพึงพอใจในสิ่งนั้นๆแตกต่างกันไปตามปัจเจกบุคคล โดยในความเป็นจริงแล้วนั้น ทุกๆสินค้าและการบริการมีลักษณะเฉพาะการใช้งานตามพฤติกรรมความต้องการของผู้บริโภคอยู่แล้ว อย่างเช่นธนาคารที่มีการเสนอสินค้าและบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงิน หรือการลงทุนชนิดต่างๆ โดยลูกค้าคาดหวังไว้กับความเชื่อมั่นในตัวของสถาบันการเงินเป็นสิ่งสำคัญหลักว่าเงินทองหรือทรัพย์สินของพวกเค้านั้นยังอยู่ดี ไม่ได้หายสูญไปกับสิ่งใด และความพึงพอใจกับผลตอบแทนที่ได้รับชดเชยกับความเสี่ยงในการลงทุน เป็นต้นต้น